ปัจจุบัน การตื่นตัวเรื่องการนำปัญญาประดิษฐ์มาช่วยงานมนุษย์มีมากขึ้น ปัญญาประดิษฐ์เริ่มมามีบทบาทสำคัญมากในชีวิตประจำวันและนับวันยิ่งมีบทบาทยิ่งขึ้นในทุกขณะ วารสาร The Economist กล่าวว่า ในช่วงปีค.ศ. 2012 ถึง 2016 บริษัทปัญญาประดิษฐ์ในประเทศจีนได้รับเงินจากแหล่งทุนต่างๆสูงถึง 2.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเทียบเป็น 83.0 พันล้านบาท ขณะที่ประเทศสหรัฐอเมริกามีเงินลงทุนสูงถึง 17.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเทียบเป็น 571.6 พันล้านบาท ในช่วงเวลาเดียวกัน. ช่วงปีหลังนี้ ประเทศจีนมีเงินลงทุนด้าน AI นี้มากขึ้นซึ่งจะตามประเทศสหรัฐอเมริกาในไม่ช้า ประเทศจีนได้ประกาศจัดลำดับความสำคัญให้ AI เป็นกลยุทธ์แห่งชาติ โดยเล่งเห็นความสำคัญของ AI ที่จะนำประเทศไปสู่ประเทศผู้นำทางเศรษฐกิจโลก. Baidu ปริษัทขนาดใหญ่ของจีนได้เป็นผู้นำหลักในการพัฒนา AI และได้ตั้งสถาบัน the Institute of Deep Learning ในปีค.ศ. 2013 และจัดตั้ง AI Lab ที่ the Silicon Valley ในปีค.ศ. 2014 ในปี ค.ศ. 2017 บริษัท Baidu ได้เปลี่ยนจาก mobile-first ไปเป็น AI-first และมีการเปิดตัวแฟลตฟอร์มโอเพนซอร์ซสำหรับระบบขับรถอัตโนมัติชื่อ Project Apollo. ในทำนองเดียวกัน ประเทศอเมริกาได้มีการวางแผนสร้างนวัตกรรมที่ใช้ AI มาใช้เป็นฐานในการนำประเทศไปสู่การแข่งขันระดับโลก โดยคาดว่าขนาดของตลาด AI มีขนาดถึง 154.41 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2030 อ้างอิง

นอกจากนี้ เทคโนโลยีที่ได้รับความสนใจไปพร้อมกับ AI คือ อินเตอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (IoT) การวิเคราะห์บิ๊กดาต้า (Big data analytic) และ เทคโนโลยีหุ่นยนต์ (robot) ตอนนี้หลายๆบริษัทยักษ์ใหญ่ต่างสนใจและตั้งแผนกหรือห้องปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์ อินเตอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (IoT) การวิเคราะห์บิ๊กดาต้า (Big data analytic) และ เทคโนโลยีหุ่นยนต์ (robot) กัน เช่น Intel, Microsoft, Baidu, Samsung, Hitachi เป็นต้น หลายมหาวิทยาลัยออกมาเปิดหลักสูตรด้านปัญญาประดิษฐ์ทั้งมหาวิทยาลัยระดับโลกอย่าง MIT และอีกหลายสถาบันก็เปิดให้ทุกคนสามารถเรียนฟรีผ่านอินเทอร์เน็ตด้วย Open Course Ware

ประเทศไทยก็ได้เล็งเห็นการส่งเสริมทักษะในการพัฒนาระบบ เขียนนวัตกรรมหรือซอฟต์แวร์ หรือสร้างอุปกรณ์หรือหุ่นยนต์ที่มีความชาญฉลาด เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันกับต่างประเทศได้ แต่การผลิตบุคลากรที่จะมาพัฒนาระบบ นวัตกรรม และ อุปกรณ์/หุ่นยนต์ที่มีความชาญฉลาดให้เพียงพอนั้น จำต้องอาศัยบุคลากรจำนวนมากเพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันให้กับประเทศ